ศรีสวัสดิ์ เงินสด ทันใจ

ติดต่อเรา

99/392 อาคารศรีสวัสดิ์ ชั้นที่ 4,6 ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แยก 3 (เบญจมิตร) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทร. 1652
1652
facebooklinetiktokyoutube

จัดหาสินเชื่อ

  • สินเชื่อรถยนต์
  • สินเชื่อมอเตอร์ไซค์
  • สินเชื่อบ้านและที่ดิน
  • สินเชื่อรถบรรทุก
  • สินเชื่อรถเพื่อการเกษตร

ประกัน

  • ประกันรถยนต์ ชั้น 1
  • ประกันรถยนต์ ชั้น 2+
  • ประกันรถยนต์ ชั้น 3+
  • ประกันภัยรถบรรทุก
  • ประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ
  • ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ไทยไพบูลย์)
  • ประกันอุบัติเหตุ (สวัสดิ์คุ้มค่า)
  • ประกันอุบัติเหตุออนไลน์ (สวัสดิ์คุ้มเวอร์)

อื่นๆ

  • นักลงทุนสัมพันธ์
  • สาขาใกล้บ้านคุณ
  • คำถามที่พบบ่อย
  • นโยบายการใช้คุกกี้
  • ประกาศความเป็นส่วนตัว
  • การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และเป็นธรรม (Responsible Lending)
  • ข่าวสารและบทความ
  • ความประทับใจต่อเรา

แอปศรีสวัสดิ์
จบทุกเรื่องสินเชื่อและประกันในแอปเดียว

qr-code

แอปศรีสวัสดิ์
จบทุกเรื่องสินเชื่อและประกันในแอปเดียว

ดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นได้ที่

Button Google PlayButton App Store
facebooklinetiktokyoutube
facebooklinetiktokyoutube

© สงวนสิทธิ์โดย บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

    ประเภทรถบรรทุก 9 ประเภท ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีอะไรบ้าง
    บทความน่ารู้

    >

    ประเภทรถบรรทุก 9 ประเภท ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีอะไรบ้าง

    ประเภทรถบรรทุก 9 ประเภท ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีอะไรบ้าง

    icon27 กุมภาพันธ์ 2568

    ในประเทศไทย รถบรรทุกถือเป็นส่วนสำคัญในระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยกฎหมายได้แบ่งประเภทรถบรรทุก 9 ประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่รถกระบะบรรทุกขนาดเล็กไปจนถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่สำหรับการขนส่งระยะไกล


    ทำความรู้จักประเภทรถบรรทุก 9 ประเภท ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

    การแบ่งประเภทรถบรรทุกตามกฎหมายไทยนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมและกำกับดูแลการใช้งานรถบรรทุกให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยคำนึงถึงลักษณะการใช้งาน ประเภทสินค้าที่บรรทุก และขนาดของรถ ซึ่งแต่ละประเภทจะมีข้อกำหนดเฉพาะทั้งในด้านการออกแบบ การใช้งาน และประเภทใบขับขี่ที่ต้องใช้ ต่อไปนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ จะพาไปทำความรู้จักกับรถบรรทุกทั้ง 9 ประเภทอย่างละเอียด


    ประเภทที่ 1 รถกระบะบรรทุก

    รถกระบะบรรทุกเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กที่พบเห็นได้ทั่วไปบนท้องถนน มีลักษณะเป็นกระบะเปิดโล่งด้านหลัง อาจมีหลังคาหรือไม่มีก็ได้ บางรุ่นอาจมีเครื่องทุ่นแรงสำหรับยกสิ่งของ ใช้สำหรับบรรทุกสินค้าทั่วไปขนาดไม่ใหญ่มาก เหมาะสำหรับการขนส่งในระยะใกล้หรือในเมือง

    ใบขับขี่ที่ใช้: ประเภทที่ 2 (บ.2, ท.2) ซึ่งสามารถขับรถบรรทุกขนาดเล็กถึงขนาดกลาง รวมถึงรถโดยสารขนาดเล็กได้


    ประเภทที่ 2 รถตู้บรรทุก

    รถตู้บรรทุกมีลักษณะเป็นตู้ทึบ มีหลังคาและตัวถังเป็นชิ้นเดียวกัน ใช้สำหรับบรรทุกสินค้าที่ต้องการการปกป้องจากสภาพอากาศหรือต้องการความปลอดภัยสูง เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออาหารแช่แข็ง มักมีประตูบานใหญ่ด้านข้างหรือด้านหลังสำหรับขนถ่ายสินค้า

    ใบขับขี่ที่ใช้: ประเภทที่ 2 (บ.2, ท.2) เช่นเดียวกับรถกระบะบรรทุก


    ประเภทที่ 3 รถบรรทุกของเหลว

    รถบรรทุกของเหลวเป็นรถที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการขนส่งของเหลวประเภทต่างๆ เช่น น้ำมัน นม หรือสารเคมีที่เป็นของเหลว มีลักษณะเป็นถังทรงกระบอกขนาดใหญ่ติดตั้งบนแชสซีรถบรรทุก มีระบบความปลอดภัยสูงเพื่อป้องกันการรั่วไหลของของเหลว

    ใบขับขี่ที่ใช้: ประเภทที่ 4 (บ.4, ท.4) ซึ่งเป็นใบขับขี่สำหรับรถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตราย ผู้ขับต้องผ่านการอบรมพิเศษ


    ประเภทที่ 4 รถบรรทุกวัสดุอันตราย

    รถบรรทุกวัสดุอันตรายเป็นรถที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการขนส่งวัสดุที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สารเคมีอันตราย วัตถุไวไฟ หรือวัตถุระเบิด มีระบบความปลอดภัยพิเศษ และต้องติดป้ายเตือนอันตรายอย่างชัดเจน การขนส่งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

    ใบขับขี่ที่ใช้: ประเภทที่ 4 (บ.4, ท.4) เช่นเดียวกับรถบรรทุกของเหลว ผู้ขับต้องผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านการขนส่งวัสดุอันตราย


    ประเภทที่ 5 รถบรรทุกเฉพาะกิจ

    รถบรรทุกเฉพาะกิจเป็นรถที่ออกแบบมาสำหรับงานพิเศษเฉพาะทาง เช่น รถผสมคอนกรีต รถขยะ รถดูดสิ่งปฏิกูล หรือรถบรรทุกติดเครน มีลักษณะและอุปกรณ์พิเศษตามแต่ละประเภทงาน ไม่สามารถใช้งานทั่วไปเหมือนรถบรรทุกปกติได้

    ใบขับขี่ที่ใช้: ส่วนใหญ่ใช้ประเภทที่ 2 (บ.4, ท.4) แต่บางประเภทอาจต้องใช้ประเภทที่ 3 หรือ 4 ขึ้นอยู่กับลักษณะงานเฉพาะ


    ประเภทที่ 6 รถพ่วง

    รถพ่วงเป็นรถบรรทุกที่ประกอบด้วยสองส่วน คือ รถลากจูงและรถพ่วงที่ติดตั้งอยู่ด้านหลัง รถพ่วงมีเพลาล้อของตัวเองและสามารถรับน้ำหนักได้เต็มที่ ใช้สำหรับการขนส่งสินค้าปริมาณมากในระยะทางไกล สามารถแยกส่วนรถลากจูงและรถพ่วงออกจากกันได้

    ใบขับขี่ที่ใช้: ประเภทที่ 3 (บ.3, ท.3) ซึ่งเป็นใบขับขี่สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถลากจูง


    ประเภทที่ 7 รถกึ่งพ่วง

    รถกึ่งพ่วงมีลักษณะคล้ายรถพ่วง แต่ส่วนหน้าของรถกึ่งพ่วงจะพาดอยู่บนส่วนท้ายของรถลากจูง ทำให้น้ำหนักบางส่วนถ่ายลงบนเพลาล้อของรถลากจูง ใช้สำหรับการขนส่งสินค้าปริมาณมากเช่นกัน แต่มีความคล่องตัวในการบังคับมากกว่ารถพ่วง

    ใบขับขี่ที่ใช้: ประเภทที่ 3 (บ.3, ท.3) เช่นเดียวกับรถพ่วง


    ประเภทที่ 8 รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว

    รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาวเป็นรถที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการขนส่งวัสดุที่มีความยาวพิเศษ เช่น ท่อขนาดใหญ่ เสาไฟฟ้า หรือชิ้นส่วนโครงสร้างขนาดใหญ่ มีโครงสร้างที่สามารถปรับความยาวได้ตามขนาดของสินค้าที่บรรทุก

    ใบขับขี่ที่ใช้: ประเภทที่ 3 (บ.3, ท.3) และอาจต้องมีใบอนุญาตพิเศษในการขนส่งวัสดุยาวพิเศษ


    ประเภทที่ 9 รถลากจูง

    รถลากจูงเป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง ไม่มีพื้นที่บรรทุกสินค้าของตัวเอง แต่มีกำลังเครื่องยนต์สูงและระบบเบรกที่แข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกของรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง

    ใบขับขี่ที่ใช้: ประเภทที่ 3 (บ.2, ท.2) เนื่องจากต้องใช้ทักษะเฉพาะในการควบคุมรถลากจูงพร้อมรถพ่วง


    ทำไมรถบรรทุกตามกฎหมายถึงมีหลายประเภท

    • ความหลากหลายของสินค้า: สินค้าแต่ละประเภทต้องการการขนส่งที่แตกต่างกัน เช่น ของเหลว วัสดุอันตราย หรือสินค้าทั่วไป
    • ความปลอดภัย: รถบรรทุกแต่ละประเภทมีมาตรฐานความปลอดภัยเฉพาะ โดยเฉพาะรถบรรทุกวัสดุอันตรายหรือของเหลว
    • ประสิทธิภาพในการขนส่ง: การมีรถบรรทุกหลายประเภทช่วยให้สามารถเลือกใช้รถที่เหมาะสมกับปริมาณและลักษณะของสินค้า ทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    • การควบคุมและกำกับดูแล: การแบ่งประเภทช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถควบคุมและกำกับดูแลการใช้รถบรรทุกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    • การกำหนดมาตรฐานใบขับขี่: แต่ละประเภทรถบรรทุกต้องการทักษะการขับขี่ที่แตกต่างกัน การแบ่งประเภทช่วยในการกำหนดมาตรฐานใบขับขี่ที่เหมาะสม
    • การวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน: การรู้ประเภทและจำนวนรถบรรทุกแต่ละประเภทช่วยในการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง เช่น ถนน สะพาน หรือจุดพักรถ
    • การกำหนดภาษีและค่าธรรมเนียม: รถบรรทุกแต่ละประเภทอาจมีการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันตามลักษณะการใช้งานและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน

    รถบรรทุกประเภทไหนบ้างสามารถขอสินเชื่อรถบรรทุกได้

    โดยทั่วไป รถบรรทุกทุกประเภทสามารถขอสินเชื่อได้ แต่เงื่อนไขและวงเงินอาจแตกต่างกันไปตามประเภทและมูลค่าของรถ ประเภทที่มักได้รับความนิยมในการขอสินเชื่อ ได้แก่

    • รถกระบะบรรทุก: เหมาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยหรือธุรกิจขนาดเล็ก
    • รถตู้บรรทุก: นิยมในกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าที่ต้องการการปกป้องจากสภาพอากาศ
    • รถบรรทุก 6 ล้อ และ 10 ล้อ: เป็นที่ต้องการในวงการขนส่งทั่วไป
    • รถหัวลาก: สำหรับผู้ประกอบการขนส่งระยะไกลหรือขนส่งสินค้าปริมาณมาก

    ทั้งนี้ ผู้ขอสินเชื่อควรพิจารณาความเหมาะสมของประเภทรถบรรทุกกับลักษณะธุรกิจและความสามารถในการชำระหนี้


    สรุปบทความประเภทรถบรรทุก 9 ประเภท

    การทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทรถบรรทุก 9 ประเภทตามกฎหมายไทยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ พนักงานขับรถ หรือผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจขนส่ง การเลือกใช้รถบรรทุกให้เหมาะสมกับประเภทสินค้าและลักษณะการขนส่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย

    สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสินเชื่อรถบรรทุก ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ พร้อมให้บริการสินเชื่อรถบรรทุกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น อัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันได้ และขั้นตอนการอนุมัติที่รวดเร็ว พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพดูแลตลอด 24 ชม. จากประสบการณ์กว่า 40 ปีในวงการสินเชื่อ ที่ยึดคติการทำงาน “มั่นใจ โปร่งใส และถูกกฎหมาย” และพร้อมเติบโต คู่ชาวไทย สามารถติดต่อได้ที่ ศ.ศาลาสีส้มทุกสาขาใกล้บ้านคุณ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.sawad.co.th LINE Official: @srisawad และโทร. 1652 เพื่อรับคำปรึกษาฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

    หมายเหตุ :

    • สินเชื่อรถบรรทุก อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 19.66% – 24.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 54 งวด
    • กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว 
    • เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    iconแท็กบทความ :

    สินเชื่อรถยนต์สินเชื่อมอเตอร์ไซค์
    ประเภทรถบรรทุก 9 ประเภท ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีอะไรบ้าง author

    ทีมผู้เชี่ยวชาญประกันภัย ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ
    ทีมงานเบื้องหลังที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงโดยเฉพาะ เป็นกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของกรมธรรม์อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าความคุ้มครองจะเกิดขึ้นจริงในวันที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ทีมนี้มุ่งเน้นความถูกต้อง แม่นยำ และการรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นอันดับหนึ่ง